คัมภีร์ของศาสนาคริสต์



คัมภีร์ศาสนาคริสต์ คือ คัมภีร์ไบเบิ้ล หรือภาษาอังกฤษว่า Holy Bible คำว่า Bible มาจากภาษาละตินและภาษากรีกว่า Biblia แปลว่า หนังสือหลายเล่ม (The Books) เป็นคำพหูพจน์ของคำว่า Biblion คัมภีร์ไบเบิ้ลมีกำเนิดมาจากการเขียนขึ้นของมนุษย์โดยการดลใจจากพระเจ้า (Inspiration) เป็นคัมภีร์ซึ่งชาวคริสต์ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระวาจาของพระเจ้า (The Word of God)

คัมภีร์ไบเบิ้ลแบ่งออกเป็น 2 ตอนใหญ่ คือ

ก.พระคัมภีร์เก่า หรือพันธะสัญญาเดิม (Old Testament)

ข.พระคัมภีร์ใหม่ หรือพันธะสัญญาใหม่ (New Testatment)


พระคัมภีร์เก่า

ได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ร่วมกันทั้งชาวยิวและชาวคริสต์มีความจุประมาณ ¾ ของคัมภีร์ไบเบิ้ลทั้งหมด ได้บันทึกไว้เป็นภาษาเฮบรูโบราณ และภายหลังได้แปลเป็นภาษาละตินและภาษาอังอังกฤษ แบ่งเป็น 3 ตอน คือ

ตอนที่ 1 เพนทาทุก (Pentateuch) แปลว่า “หนังสือ 5 เล่ม” ซึ่งบางครั้งรวมเรียกว่า คัมภีร์ไตราห์ (Torah) แปลว่า “กฎหมาย” เป็นคัมภีร์ส่วนที่ได้บันทึกไว้ถึงการกระทำและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่พระเจ้าได้ทรงกำหนดให้ชาวยิวยึดถือปฏิบัติ ในเชิงประวัติแล้วอาจกล่าวได้ว่า เพนทาทุกเป็นหนังสือที่ว่าด้วยการเริ่มต้นของชาวยิว 5 เล่ม คือ

1.ปฐมกาล (Genesis) หนังสือเล่มแรก กล่าวคือความเป็นของจักรวาลและมนุษยชาติรวมทั้งเรื่องราวของมนุษย์คู่แรก คือ อาดัมและอีรา เรื่อยมาจนถึงอับราฮัมได้ทำสัญญาพิเศษต่อพระเจ้าสัญญานี้ได้สืบทอดต่อมาในบรรดาลูกหลานของอับราฮัมซึ่งเป็นต้นตระกูลของชาวอิสราเอลนั่นเอง

2.อพยพ (Exodus) เป็นหนังสือเล่มที่สอง กล่าวถึงเรื่องราวที่พระเจ้าได้ช่วยชาวอิสราเอลให้รอดพ้นจากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์ โดยทรงมอบหมายให้โมเสสเป็นผู้นำชาวอิสราเอลออกมาสู่ความเป็นอิสระ นอกจากนั้นพระเจ้ายังทรงสำแดงปาฏิหาริย์ให้ปรากฏแก่สายตาของชาวอิสราเอลด้วย เช่น การช่วยให้ชาวอิสราเอลรอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกอียิปต์ที่ทะเลแดง เป็นต้น จากนั้นก็กล่าวถึงพันธะสัญญาที่พระเจ้ามอบหมายให้แก่ชาวอิสราเอลผ่านโมเสสที่ภูเขาซิไน เรียกว่า “บัญญัติ” 10 ประการ

3.เลวีนิติ (Leviticus) กล่าวถึงวิธีประกอบศาสนพิธีในกรณีต่าง ๆ รวมทั้งกฎข้อห้ามโดยเฉพาะที่พระต้องถือปฏิบัติโดยย่อ อาจกล่าวได้ว่าอพยพและเลวีนิติ เป็นรากฐานแห่งกฎเกณฑ์ที่จะรักษาไว้ซึ่งพันธะสัญญาที่ชาวอิสราเอลได้ถวายไว้แก่พระเจ้า

4.กันดารวิถี (Numbers) และเฉลยธรรมบัญญัติ (Deuteronomy) เป็นหนังสือที่เล่าถึงประวัติของชาวอิสราเอลที่เร่ร่อนอยู่นานถึง 40 ปี จนได้เข้าไปสู่ที่ราบโมอับ และในที่สุดก็จะได้เข้าสู่ดินแดนคานาอันซึ่งถือเป็นดินแดนแห่งพันธะสัญญา (Promised Land) ต่อไป

ตอนที่ 2 ศาสดาพยากรณ์ (Prophets) พระคัมภีร์เก่าส่วนนี้เป็นบันทึกเรื่องราวคำสอน และ คำทำนายของศาสดาพยากรณ์ของชาวยิวซึ่งเกิดขึ้นในสมัยต่าง ๆ กัน แบ่งเป็นบทย่อยได้ถึง 21 ตอน โดยเนื้อหาสาระแล้วอาจแบ่งเป็นภาคใหญ่ ๆ ได้ 3 ภาค คือ ภาคประวัติศาสตร์ ภาคศาสดาพยากรณ์ และภาคศาสดาพยากรณ์ย่อย (เพราะเรื่องราวของศาสดาพยากรณ์เหล่านี้มีน้อยกว่า)

ตอนที่ 3. ฮาจิโอกราฟา (Hagiographa) พระคัมภีร์เก่าส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิซึ่งไม่อาจจัดอยู่ในจำพวกที่กล่าวถึงแล้ว เป็นเรื่องเบ็ดเตล็ด เช่น เป็นวรรณคดีหลักของพันธะสัญญาเดิมที่มีความไพเราะในเชิงกวีสูง ได้แก่ เพลงสดุดี สุภาษิต เพลงคร่ำครวญ และเป็นพงศวาดาร เป็นต้น


พระคัมภีร์ใหม่

ในขณะที่พระคัมภีร์เก่าเป็นที่ยอมรับนับถือทั้งในหมู่ชนชาวยิวและชาวคริสต์แต่พระคัมภีร์ใหม่กลับเป็นที่ยอมรับนับถือกันในหมู่ชนชาวคริสต์เท่านั้น พระคัมภีร์ใหม่ได้บันทึกเป็นภาษากรีกและภาษาอื่น ๆ แบ่งเป็น 4 ตอน คือ

1.พระวรสาส์น (Gospels) กล่าวถึงชีวิตและคำสอนของพระเยซู

2.กิจการของอัครฑูต (Acts) เป็นเรื่องราวของสังคมชาวคริสต์ ตั้งแต่พระเยซูถูกตรึงจนจบเรื่องราวการเผยแพร่ศาสนาของนักบุญเปาโล

3.จดหมายเหตุ (Epistles) เป็นที่รวบรวมจดหมายเหตุของผู้นำโบสถ์ต่าง ๆ ในสมัยแรกเริ่มมีนักบุญเปาโลเป็นผู้นำสำคัญ

4.วิวรณ์ (Revelation) เป็นส่วนของพระคัมภีร์ใหม่ส่วนเดียวที่กล่าวถึงอนาคตกาลในลักษณะการพยากรณ์