Make your own free website on Tripod.com

ศาสนาอียิปต์โบราณ


ศาสนามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิต ของชาวอียิปต์  ชาวกรีกได้พรรณนาไว้ว่า อียิปส์เป็นคนที่เคร่งศาสนาที่สุดในโลก ชาวอียิปต์มีความเชื่อในมีอำนาจเหนือธรรม ซึ่งมีความสำคัญต่ออารยธรรมในบริเวณลุ่มแม่นำไนล์ ศาสนาเข้าไปพัวพันต่อสังคมอียิปต์ในทุกๆด้าน  ในทางศิลปกรร  ในทางศิลปกรรมเป็นการแสดงออกถึงสัญลักษณ์ทางศาสนาในทางวรรณกรรมและปรัชญามีหลักคำสอนทางศาสนา  รัฐบาลสมัยอาณาจักรเก่าอยู่ในระบบ เทวาธิปไตย  แม้แต่สมัยจักรวรรดิฟาโรห์ก็ได้ทำการบริหารประเทศโดยใช้นามของพระเจ้า  ศาสนาโบราณของอียิปต์วิวัฒนาการณ์มาจากพหุเทวนิยมไปสู่เอกเทวนิยม ในตอนแรกเริ่มมณฑลและท้องถิ่นแต่ละแห่งปรากฎว่ามีเทพเจ้าหรือเทวดาประจำเมืองของตน การรวมแระเทศอียิปต์เข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสมัยอาณาจักรเก่านั้น  มิใช่การรวมดินแดนเข้าเป็นปึกแผ่นเท่านั้น  ยังเป็นการรวมเทพเจ้าประจำท้องถิ่นต่างๆ เข้าด้วยกัน  ปรากฎขึ้นเป็นเทพเจ้าแห่งพระอาทิตย์ที่ทรงพระนามว่า เร หรือ รา  ในสมัยต่อมาได้มีการสถาปนาวงศ์ธิบิสขึ้นปกครองประเทศ เทพเจ้ารู้จักกันในนามว่าเทพเจ้าแอมมอนหรือแอมมอนเร  โดยเอามาจากชื่อหัวหน้าเทพเจ้าของนครธิบิส  ส่วนเทพเจ้าซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของพืชผลต่างๆมีชื่อว่า โอซิริส ซึ่งทรงเป็นเทพเจ้าแห่งแม่น้ำไนล์ด้วย  ตามประวัติศาสตร์ของอียิปต์ทั้งเทพเจ้าแอมมอนและเทพเจ้าโอซิริสต่างทรงมีอำนาจปกครองไปทั่วจักรวาลในบางครั้งก็แด่งแย่งชิงความเป็นใหญ่ซึ่งกันและกัน  นอกจากนั้นอียิปต์โบราณยังมีเทพเจ้าประจำท้องถิ่นซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวอียิปต์ทั่ว ๆ ไปอีกหลายองค์

          ในสมัยอาณาจักรเก่า เทพเจ้าเรได้รับความเคารพศรัทธาอย่างสูงสุด เป็นเทพเจ้าที่ได้ถูกอัญเชิญมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและทรงเป็นที่นับถือของชาวอียิปต์โดยทั่วไป ฟาโรห์ทรงได้ชื่อว่าเป็นโอรสของเทพเจ้าเร เนื่องจากว่าเทพเจ้าเรทรงเป็นเทพเจ้าแห่งความเป็นอมตะของมนุษย์ ทรงเป็นเทพเจ้าผู้พิทักษ์ประเทศให้มั่นคงอยู่ตลอดไป ชาวอียิปต์โบราณมีความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณเป็นอมตะและโลกหน้า เขาจะฝังศพคนตายโดยเฉพาะพวกชนชั้นสูงหรือพวกที่มีอันจะกินไปพร้อมๆกับข้าวของเครื่องใช้ ตลอดจนอาหาร ร่างกายของผู้ตายจะได้รับการเก็บรักษาไว้มิให้เน่าเปื่อย ด้วยการทำเป็นมัมมี่ เพื่อที่จะเก็บรักษามัมมี่ เครื่องใช้และอาหารไว้ให้ยั่งยืนตลอดไป ชาวอียิปต์โบราณจึงคิดสร้างสุสานไว้เป็นที่เก้บศพ สุสานที่ใหญ่โตแข็งแรงคือพีระมิดใช้เป็นที่เก็บศพของฟาโรห์ นักประวัติศาสตร์สมัยใหม่ได้ตั้งขอ้สังเกตว่าพีระมิดนั้นไม่เพียงแต่เป็นสุสานที่ฝังศพธรรมดา  แต่เป็นนิวาสถานอันคงอยู่ชั่วนิรันดร ทั้งนี้เพราะภายในพีระมิดมิได้ทำไว้เป้นที่เก็บพระศพแต่อย่างเดียว จัดไว้เป็นสัดส่วน มีทางเดิน ระเบียง บันได วิหาร เป็นต้น  ประหนึ่งประสงค์จะให้ที่นั้นเป็นที่พำนักชั่วนิรันดรของฟาโรห์ผู้เป็นตัวแทนของเทพเจ้า ส่วนจุดประสงค์ในการสร้างพีระมิดนั้นพิจารณาได้เป็น 2 ทางคือ เพื่อจุดประสงค์ในทางศาสนา ชาวอียิปต์เชื่อในความดีความชั่วและผลตอบแทนที่จะได้ในชีวิตข้างหน้า ความเชื่อของชาวอียิปต์ที่ว่าคนเราเมื่อร่างกายตายไปแล้ว ยังมีบาหรือวิญญาณกับอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า กา ซึ่งเป็นอมตะไม่รู้จักตายยังมีชีวิตอยู่ บาหรือวิญญาณจะล่องลอยไปในร่างของนก แต่กาจะลอยไปในที่ต่าง ๆ มีสภาพคล้ายความฝัน ในขณะที่ร่างของผู้ตายนอนสงบอยู่ ทั้งบาและกาจะกลับมาสู่ร่างของผู้ตายอีกถ้าหากร่างกายยังมีสภาพเหมือนเดิมไม่บูดเน่า  ฉะนั้นการที่จะรักษาร่างกายไว้ไม่ให้บูดเน่าจะต้องขึ้นอยู่กับการตระเตรียมมากมายด้วยการทำมัมมี่และการก่อสร้างที่เก็บศพของฟาโรห์และหลุมศพที่ถาวรไม่แพ้กันของขุนนาง  นอกจากเพื่อจุดประสงค์ในทางศาสนาแล้ว ชาวอียิปต์ยังเชื้อว่าสิ่งก่อสร้างมั่นคงถาวรได้เท่าไรก็จะเก็บรักษาวิญญาณของตนได้เท่านั้น แล้วยังผลทางจิตวิทยาแสดงความต้องการของมนุษย์ที่ยังคิดว่า อำนาจราชศักดิ์และอานุภาพนั้นจะแสดงออกได้ทางเดียวคือทางขนาดใหญ่โต ยิ่งใหญ่มากก็ยิ่งแสดงถึงอำนาจของผู้สร้าง และจุดประสงค์ที่สองในการสร้างพีระมิด นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าเป็นเพราะปีหนึ่งมีระยะเวลา 4 เดือน ที่มีน้ำท่วมเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ตุลาคมของทุกปีนั้น ราษฎรทำอะไรไม่ได้ การเกณฑ์แรงงานคนเป็นจำนวนมากๆไปทำการก่อสร้างพีระมิด เป็นนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยการให้ประชาชนทำเพื่อที่จะไม่ให้คนว่างงานซ่องสุมกันคิดร้ายต่อฟาโรห์ นอกจากนั้นฟาโรห์ทรงมีความห่วงใยราษฎร ต้องการให้ราษฎรมีงานทำ มีอาหารเลี้ยงดูเป็นการตอบแทนแรงงาน การสร้างพีระมิดจึงเป็นการรวมกลุ่มชนมหึมา เป็นการควบคุมดูแลราษฎรที่ว่างงานอย่างใกล้ชิด ในขณะเดียวกันเป็นการแสดงออกซึ่งความเมตตากรุณาของฟาโรห์ที่มีต่อราษฎรด้วย

          ส่วนเทพเจ้าโอซิริส ทรงเป็นเทพเจ้าแห่งธรรมชาติ เป็นเทพเจ้าแห่งแม่น้ำไนล์ซึ่งชุบชีวิตชาวอียิปต์ให้ฟื้นคืนสู่ความชุ่มชื้นและอุดมสมบูรณ์ ตลอดทุก ๆ ปี ที่น้ำในแม่น้ำไนล์ท่วมท้นฝั่ง ช่วยปัดเป่าความร้อนแห้งแล้งให้หมดสิ้นไป ตำนานต่างๆ ที่เกี่ยวกับโอซิริสนั้นมักจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับแม่น้ำไนล์ และการกสิกรรมอันเป็นผลมาจากแม่น้ำไนล์ทั้งสิ้น โอซิริสเทพเจ้าแห่งความดีได้ถูกเซท เทพเจ้าแห่งความชั่วผู้ซึ่งเป็นน้องชายฆ่าตาย ร่างกายถูกสับออกเป็นส่วน ๆ แล้วโยนทิ้งแม่น้ำไนล์ ไอซิสโศกเศร้าร่ำให้ถึงสวามีและได้เก็บเอาส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมาประกอบกันชุบชีวิตขึ้นใหม่ ต่อมาฮอรัสซึ่งเป็นลูกชายของโอซิริสได้ฆ่าอาที่ชื่อเซทตาย การสิ้นพระชนม์และฟื้นคืนชีพของโอซิริสเป็นสัญลักษณ์ของการลงของแม่น้ำไนล์ ในฤดูใบไม้ร่วง และการท่วมของแม่น้ำไนล์ในฤดูใบไม้ผลิ แต่นอกเหนือกจากการสิ้นพระชนม์และฟื้นคืนชีพของโอซิริสแล้ว สิ่งที่สำคัญอยู่ที่ว่าชาวอียิปต์เชื่อว่าความดีย่อมชนะความชั่วเสมอ ความเชื่อในเรื่องที่ว่าวิญญาณเป็นอมตะทำให้ชาวอียิปต์เกิดความคิดเกี่ยวกับโลกนี้และโลกหน้า เขาเชื่อว่าโลกหน้าจะเป็นโลกที่อุดมสมบูรณ์ เป็นโลกที่เทพเจ้าโอซิริสเป็นผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์ให้ไมรู้จักหมดจักสิ้น ผู้ตายจะต้องมาปรากฎตัวต่อพระพักตร์ของเทพเจ้าโอซิริสเพื่อให้ทรงตัดสินการกระทำของตนในโลกที่ตนอยู่เสียก่อน โดยที่ผู้ตายจะต้องประกาศความบริสุทธิ์ของตนให้พ้นจากบาป 42 ประการเสียก่อนเป้นต้นว่ามิเคยชักชวนให้ผู้อื่นเสียคน ไม่เคยใส่ร้ายป้ายสีใคร มิเคยกล่าวคำเท็จ มิเคยเบียดเบียนผู้อื่น มิเคยฉ้อโกง ไม่เคยสั่งฆ่าผู้ใด ไม่เคยฆ่าใคร ไม่เคยลบหลู่ดูหมิ่นพระเจ้าและไม่เคยทำในสิ่งที่พระองค์รังเกียจ หลังจากที่ได้หมดมลทินจากคามชั่วทั้งหลายแล้ว ผู้ตายจะยกความดีที่ตนได้ทำไว้ในโลกขึ้นมากราบทูลเทพเจ้าโอซิริส เป็นต้นว่าเคยให้อาหารแก่ผู้หิวโหย ให้น้ำแก่ผู้กระหาย ให้เครื่องนุ่งห่มแก่ผู้เปลือยกาย และให้เรือข้ามฟากแก่ผู้ไม่มีเรือ ขั้นสุดท้ายผู้ตายจะต้องนำหัวใจของตนเองมาชั่งกับขนนก ซ่งเป้นสัญลักษณ์ของความจริง ว่าตามที่ผู้ตายได้กล่าวออกไปนั้นมีความถูกต้องกับความจริงเพียงไรหรือไม่ ถ้าทำความผิดจะได้รับการลงโทษ ความดีจะได้รับรางวัลตอบแทน โดยผู้ที่ทำการทดสอบผ่านจะได้ขึ้นสวรรค์ที่มีแต่ความงดงามสะพรั่งไปด้วยดอกลี่ลี่และดอกบัว สามารถจะล่าห่านและนกกระทาได้ตามใจชอบ มีบ้านซึ่งปลูกอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้ซึ่งให้ผลตลอดเวลา มีความสุขกับการได้นั่งเรือไปในทะเลสาบ มีลำธารน้ำไว้แหวกว่ายเล่นล้อมรอบไปด้วยป่าละเมาะที่มีนกนานาชนิดร้องเพลงและสัตว์ที่ล้วนแต่เชื่อง  ผู้ที่ประกอบกรรมชั่งไว้ในโลกจะมีแต่ความหิวโหยและกระหาย ต้องอยู่ในที่ซึ่งมืดมิดตลอดกาลโดยไม่มีวันจะได้รับแสงสว่างจากเทพเจ้าเรเลย ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าชาวอียิปต์โบราณมุ่งที่จะทำแต่ความดี มีความยุติธรรม มีอารยะธรรมทางจิตใจสูง มีคุณธรรมและรู้จักรับผิดชอบในสังคมเพื่อให้เทพเจ้าแห่งพระอาทิตย์ทรงโปรด

          ศาสนาของอียิปต์เจริญสูงสุดในสมัยอาณาจักรกลางและตอนต้นของสมัยจักรวรรดิ ในเวลานั้นเทพเจ้รเรและเทพเจ้าโอซิริสได้รับความนับถืออย่างสูงสุด ภายหลังจากที่อียิปต์อยู่ในสมัยจักรวรรดิแล้วศาสนาและหลักศีลธรรมของอียิปต์เริ่มเสื่อมลง โดยมีการเชื่อโชคลางของขลังเข้ามาแทนที่เนื่องจากการทำสงครามและการที่จะต้องตกอยู่ใต้อำนาจของพวกฮิกซอสเป็นเวลานาน ทำให้พวกพระเข้ามามีบทบาทในจิตใจของอียิปต์ที่กำลังหาที่พึ่งในยามบ้านเมืองอยู่ในความหวาดกลัว พวกพระเหล่านี้ล้วนเป็นพวกมีความโลภในทรัพย์สิน ได้เป็นผู้ริเริ่มขายหนังสือเวทมนต์คาถาต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการล้มล้างความผิดต่าง ๆ ของผู้ตายไปได้ พวกพระได้นำเอาวิการเขียนลงบนแผ่นปาปิรุส ใส่ไว้ในที่เก็บศพซึ่งจะช่วยให้ผู้ตายขึ้นสวรรค์ได้ทั้ง ๆ ที่ได้ทำความผิดไว้ในโลกก็ตาม หนังสือเวทมนตร์ดังกล่าวที่เขียนใส่ในม้วนกระดาษปาปิรุส เรียกว่า บันทึกของผู้ตาย ซึ่งข้อความในบันทึกของผู้ตาย เหมือนกับคำพูดที่จะต้องนำไปแสดงต่อพระพักตร์ของเทพเจ้าโอซิริสนั่นเอง ผิดกันแต่ทว่าผู้ไปปรากฎตัวต่อเทพเจ้าโอซิริสย่อมรู้ชะตาชีวิตของตนเองดีว่าจะไปสวรรค์หรือมีชีวิตที่มืดมน แต่การซื้อบันทึกของผู้ตายจากพวกพระที่ออกให้นี้มีความเชื่อกันว่าเป็นใบเบิกทางให้กับตนได้เข้าสู่อาณาจักรของเทพเจ้าเรได้ ไม่ว่าจะทำความผิดมาแล้วหรือไม่ก็ตาม ทำให้ไม่จำเป็นต้องทำความดี เพราะถึงแม้ว่าตนจะทำชั่วก็ไปสวรรค์ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นการมุ่งที่จะทำความดีและปฏิบัติตนอยู่ในทางที่ชอบที่ควร ในสมัยจักรวรรดิของอียิปต์นับว่าเป็นสิ่งล้าสมัยไปแล้ว

          ศาสนาของอียิปต์เสื่อมลงจนเกือบจะไม่มีทางเยียวยา จนในที่สุดฟาโรห์อาแมนโฮเทปที่สี่ได้ทรงทำการปฎิรูปศาสนาของอียิปต์เสียใหม่ ฟาโรห์อาเมนโฮเทปทรงขึ้นครองราชย์ใน 1375 ปีก่อนคริสต์กาล ได้ทรงขับไล่พวกพระออกจากวิหารต่าง ๆ ทรงออกคำสั่งให้ชาวอียิปต์เปลี่ยนมานับถือเทพเจ้าองค์ใหม่ ซึ่งทรงเรียกว่าเทพเจ้าเอตัน เพียงองค์เดียวเท่านั้น ได้สั่งยกเลิกการนับถือเทพเจ้าองค์อื่นๆทั้งหมด แม้แต่พระนามของพระองค์ก็ทรงเปลี่ยนเป็นอิคนาตัน ซึ่งแปลว่า เพื่อความพอพระทัยของเทพเจ้าเอตัน ความคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปศาสนาของพระองค์นับว่าก้าวหน้ากว่าคนในสมัยนั้นมาก ทรงเป็นนักเอกเทวนิยม องค์แรกของโลก นักประวัติศาสตร์สมัยปัจจุบันยกย่องพระองค์ว่าเป็นนักอุดมคติคนแรกของโลก เป็นองค์แรกในโลกที่ยอมรับนับถือพระเจ้าองค์เดียวก่อนพวกฮิบรู ฟาร์โรห์อิคนาตันทรงออกประกาศว่าเทพเจ้าเอตันเป็นเทพเจ้าในโลกองค์เดียวเท่านั้นอุบัติขึ้นมา ไม่ใช่เป็นเทพเจ้าของชาวอียิปต์เท่านั้นแต่ทรงเป็นเทพเจ้าของจักรวาลด้วย อิคนาตันกล่าวยืนยันเอตันเป็นเทพเจ้าที่ผดุงรักษาศีลธรรมของโลกไว้ ทรงประทานรางวัลให้แก่ผู้ที่มีความซื่อสัตย์และมีความจริงใจ ทรงมอบความบริสุทธิ์ให้แก่จิตใจของแต่ละคน ฟาโรห์อิคนาตันทรงกล่าวว่าเทพเจ้าเอตันเป็นเทพเจ้าผู้สร้างประสิทธิ์ประสาททุกสิ่งให้แก่คน ทรงเป็นบิดาแห่งสรวงสวรรค์ซึ่งคอยดูแลด้วยความรักความเมตตาแก่สรรพสิ่งทั้งหลาย ความคิดเกี่ยวกับความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความยุติธรรมและพระเมตตาของเทพเจ้า ได้เกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในสมัยศาสดาพยากรณ์ของพวกฮิบรูประมาณ 600 ปีต่อมา

          การปฏิรูปของอิคนาตันต้องประสบกับความล้มเหลว เนื่องจากฟาโรห์ที่ครองราชย์ต่อจากพระองค์ไม่ได้เป็นนักอุดมคติเยี่ยงพระองค์ ยิ่งในสมัยทูทันกาเมนซึ่งเป็นฟาโรห์ที่มีชื่อเสียงองค์หนึ่งนั้น ทรงอนุญาตให้พวกพระที่มีความคดโกงและเห็นแก่เงินกลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง เป็นผลมาจากการแข่งขันและมีความเชื่อในเรื่องอำนาจที่เหนือธรรมชาติกันอย่างกว้างขวางมาก่อนรัชสมัยของอิคนาตัน พิธีกรรมทางศาสนาที่เกี่ยวกับความสำคัญในหลักศีลธรรมหมดความสำคัญลงโดยสิ้นเชิง  ศาสนาของอียิปต์กลับไปอยู่ในมือของพวกพระที่มีแต่ความโลภอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในหมู่ที่มีการศึกษาอิทธิพลของคำสอนของอิคนาตันยังคงมีอยู่บ้างทั้ง ๆ ที่เทพเจ้าเอตันไม่ได้รับการยอมรับอีกต่อไป แต่คุณลักษณะที่เป็นของพระองค์ยังคงได้รับการเคารพอย่างสูงสุดต่อไป เป็นต้นว่าสิ่งที่พวกที่มีการศึกษาเคยถวายแก่เทพเจ้าเอตันนั้นต่างก็พากันมาถวายแก่เทพเจ้าแอมมอนเร เทพเจ้าองค์นี้ทรงเป็นเทพเจ้าแห่งพระอาทิตย์เพียงองค์เดียวซึ่งทรงไว้ซึ่งความเที่ยงตรงยุติธรรมและความจริง เทพเจ้าแอมมอนเรทรงได้รับการนับถือในฐานะเทพเจ้าผู้พระทัยดี และมีพระทัยรักมนุษย์ ทรงรับฟังคำสวดขอพรจากพระองค์ ทรงประทานความช่วยเหลือแก่คนที่ตกทุกข์ได้ยาก ทรงช่วยคนที่มีความเหนื่อยอ่อน อาจจะกล่าวได้ว่าศาสนานี้เป็นลัทธิที่นับถือเทพเจ้าองค์เดียวที่มีส่วนประกอบของการไถ่บาปให้แก่บุคคลที่สำนึกในความผิดของตนอีกด้วย ศาสนานี้ได้วิวัฒนาการความคิดใหม่ ๆ ที่ว่าพระเจ้ายกโทษแก่บุคคลที่ทำผิดแล้วมีความสำนึกผิด หลังจากที่ได้อ้อนวอนพระเจ้าให้ทรงยกโทษให้แล้ว

          ความคิดดังกล่าวไม่เป็นสิ่งพอเพียงที่จะช่วยให้ศาสนาอียิปต์ซึ่งกำลังมีความเสื่อมลงทุกขณะกลับดีขึ้นได้ จากความเชื่อในสิ่งที่เหนือธรรมชาติแพร่หลายออกไป ในเรื่องเวทมนตร์คาถาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น พวกพระที่มีแต่ความคดโกงต่างมีอิทธิพลเป็นอย่างมากสุดที่ลัทธิใด ๆ จะยับยั้งได้ ในท้ายที่สุดระบบความเชื่อและการเคารพถูกครอบงำไปด้วยกฎเกณฑ์และคาถาอาคม การบูชาสัตว์ การทำนายโชคชะตา โดยการติดต่อกับดวงวิญญาณของคนที่ตายแล้ว พวกพระได้ดำเนินภาระกิจการค้าแพร่หลายมากว่าเดิม หน้าที่สำคัญในการจัดการทางด้านศาสนาคือการขายหนังสือเวทมนตร์คาถาต่าง ๆ ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นใบเบิกทางให้เทพเจ้าทรงยอมให้อภัยโทษไม่ว่าจะทำความผิดอันใดมาแล้วก็ตาม ยิ่งศาสนาถึงจุดเสื่อมลงไปเท่าไรย่อมส่งผลกระทบกระเทือนไปถึงวัฒนธรรม ปรัชญา ศิลปะและการปกครองอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้นเท่านั้น