Make your own free website on Tripod.com

 
 
ศาสนาสิข
ศาสดา
คัมภีร์
หลักคำสอนที่สำคัญ
พิธีกรรม
จุดหมายสูงสุด
นิกายสำคัญ
สัญสักษณ์

 


ศาสนาสิข


 ศาสนาสิขเป็นหนึ่งในศาสนาที่เกิดขึ้นใหม่ เมื่อเปรียบเทียบกับศาสนาอื่น ๆ ของโลก
 เป็นศาสนาที่ยึดถือ และเชื่อมั่นใน “เอกเทวนิยม” (Monotheistic) คือเชื่อถือความเป็นเอก
 หนึ่งเดียวของพระผู้เป็นเจ้าพระองค์เดียว อีกนัยหนึ่งคือ ศาสนาสิขเป็นศาสนาที่ยึดมั่น และเชื่อถือ
ในพระเจ้าพระองค์เดียว (วาเฮ่คุรุ) อย่างเคร่งครัด ตลอดจนเชื่อว่าพระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้สมบูรณ์ และ
แผ่ไปทั่วในทุกสรรพสิ่ง อมตถาวะ ผู้สร้างมูลเหตุของเหตุทั้งปวง ไร้ซึ่งความเป็นปฏิปักษ์ ไร้ซึ่งความ
หวาดกลัว สถิตมั่นคงในทุกสรรพสิ่งที่ทรงสร้าง และคุ้มครอง พระองค์มิได้ทรงเป็นพระเจ้าของคณะ
 หรือชาติใดชาติหนึ่ง แต่ทรงเป็น “พระแห่งความเมตตา คุณธรรม และสัจธรรมอันแท้จริง” 
พระผู้ทรงสร้างมนุษย์ ไม่ใช่เพื่อลงโทษในความผิดของเขา แต่ให้เขาเข้าใจในจุดประสงค์ที่แท้จริงของ
พวกเขาในจักรวาลนี้ และเพื่อหล่อหลอมให้เขากลับเข้าแหล่งกำเนิดดั้งเดิม
นอกจากนี้ ศาสนาสิขยัง
ได้สอนหลักธรรมที่ยอมรับทั่วไปในสากลโลกปัจจุบันและในอนาคต คือ ความซี่อสัตย์ ความเห็นอก
เห็นใจ ความถ่อมตน ความเลื่อมใสในสัจธรรม และการรับใช้สังคม และที่สำคัญยิ่งการยอมรับและ
ให้ความเคารพในความเชื่อถือของศาสนาอื่นๆ 

                ศาสนาสิขก่อตั้งโดย “พระศาสดาคุรุนานัก เดว”            
 
(สำหรับจุดเริ่มต้นของศาสนาสิขนั้น นับตั้งแต่ปีเกิดของศาสดา
องค์แรก คือปี พ.ศ. ๒๐๑๒
) พระศาสดาคุรุนานัก เดว ถือกำเนิด
ในหมู่บ้านตัลวันดี (ปัจจุบันมีนามเรียกว่า “นันกาน่าซาฮิบ”
 ใกล้เมืองลาโฮร์ ตั้งอยู่ในประเทศปากีสถาน)

           พระองค์ทรงเดินทางไปเผยแพร่สัจธรรมแห่งความเสมอภาค และความรักแก่มวลชนทั่ว 
อินเดียและเลยไปถึงเขตแดนอารเบีย เมโซโปเตเมียและอาฟกานิสถาน พระองค์ทรงคัดค้านและ
ต่อต้านความอยุติธรรมทุกรูปแบบ ไม่ให้หลงไหลในไสยศาสตร์ ความเชื่อโชคลาง อภินิหารต่าง ๆ 
ในขณะเดียวกันทรงสอนให้มีจิตใจที่ซื่อสัตย์และเจตนาที่บริสุทธิ์ ทั่วทั้งโลกมีการเฉลิมฉลองในวัน
คล้ายวันประสูติปีที่ ๕๓๒ ของพระศาสดาคุรุนานักเดวในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน

พระศาสดาทั้งเก้าพระองค์ได้ทรงสืบทอดเจตนารมย์และคำสอนของพระองค์ พัฒนาถ่ายทอด
ให้แก่พระศาสดาคุรุโควินท์สิงห์ พระศาสดาพระองค์ที่สิบ ซึ่งพระองค์ต่อมาได้ทรงสถาปนาพระมหาคัมภีร์
คุรุครันถ์ซาฮิบเป็นศาสดานิรันดร์กาลของชาวสิขในปีค.ศ. ๑๗๐๘ เป็นการสิ้นสุดการสืบทอดพระศาสนา
โดยพระศาสดาในร่างของมนุษย์ 

          พระศาสดาของสิขทรงสั่งสอนและนำทาง
ศาสนิกชนมาเป็นเวลาประมาณ ๒๔๐ ปี พระองค์ทรง
ประทานความเข้าใจในพึ้นฐานแห่งเสรีภาพ ภราดรภาพ 
ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเชื่อฟัง ความเห็นอกเห็นใจ
 ความอดทน ความมีมนุษยธรรม การใช้ชีวิตอย่างง่ายสามัญ 
ความเลื่อมใสศรัทธาในพระธรรมแห่งศาสนาและแนวทาง
แห่งการดำรงชีวิตทางจิตใจ พระศาสดาทรงชี้แจง และดำเนิน
ชีวิตของพระองค์ดุจชนสามัญและไม่ให้บูชาหรือนับถือพระองค์เป็นพระเจ้า หรือเทพเจ้าอย่างเด็ดขาด
 ตลอดจนทรงปฏิเสธ และไม่เคยเชื่อถือ หรือยอมรับในพิธีกรรมต่าง ๆ ที่ไร้สาระ เช่น การเชื่อถือโชคลาง
 หรือเวทย์มนตร์คาถาใด ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนสมัยนั้นเลื่อมใส และยึดถือเป็นสรณะ หากแต่ถือว่าพระองค์
เป็นเพียงทาส ผู้รับใช้ของพระผู้เป็นเจ้า พระศาสดาคุรุโควินท์สิงห์ทรงตรัสว่า


“จงมองข้าพเจ้าเพียงแค่ทาสคนหนึ่งของพระผู้เป็นเจ้า

ขอให้ประจักษ์ชัดแจ้งในข้อนี้โดยปราศจากข้อสงสัยทั้งปวง”

           ดังนั้นแล้ว จะเห็นไดว่า พระศาสดาคุรุนานัก เดว และพระศาสดาทั้งเก้าพระองค์ที่สืบทอดจาก
พระองค์ได้ทรงวางรากฐาน และการปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างอันงดงามในการดำรงชีวิต ในกรอบแห่ง
ศีลธรรม และในขณะเดียวกันก็ยังคงมีส่วนร่วม และบทบาทอันเข้มแข็งในสังคมฆราวาส (ทางโลก) ควบคู่กันไปด้วย                                                                                                 
 
.