ประวัติของเหลาจื้อ



            
ในบรรดานักปรัชญาจีนด้วยกันแล้ว ดูจะมีแต่เหลาจื้อหรือเล่าจื้อคนเดียวเท่านั้นที่แทบจะไม่มีประวัติปรากฏเลย ที่มีอยู่บ้างก็ให้หลักฐานเลือนรางไม่แน่นอนชัดเจนเสียอีก และบรรดาหนังสือจีนสมัยราชวงศ์ฮั่น เป็นผู้รวบรวมบันทึกไว้ ก็มีไม่มากด้วยวลีเพียง ๔๖๑ วลีเท่านั้น มิหนำซ้ำซีเบ๊เชียงก็ไม่แน่ใจว่าใครเป็นเหลาจื้อกันแน่เขาเขียนไว้ตอนหนึ่งว่า “เหลาจื้อ เป็นชาวรัฐฌ้อ อำเภอหู หมู่บ้านเค็กยินลี้เหลาจื้อ แซ่ลี้ ชื่อว่ายื้อ ฉายาว่าแปะเอี้ยง ได้รับสมัญญาศักดิ์ว่าต้ม รับราชการในสำนักจิว โดยดำรงตำแหน่งเป็นบรรณารักษ์ใหญ่แห่งหอสมุด…เขาได้รับราชการเป็นเวลานาน ต่อมาทนเห็นความเสื่อมโทรมของราชวงศ์จิวไม่ไหวจึงลาออกจากราชการ แล้วออกเดินทางมุ่นหน้าไปให้พ้นรัฐฌ้อ ครั้นมาถึงด่าน นายด่าน ชื่อ ฮี้ จำได้ไม่ยอมให้ออกขอร้องให้อยู่เขียนหนังสือสักเล่มหนึ่งจึงจะยอมให้บอก เหลาจื้อจึงจำอยู่ที่นั่นชั่วระยะหนึ่งเพ่อแต่งคัมภีร์ขึ้นเล่มว่าด้วยคุณธรรมประเภทต่างๆ รวมทั้งหมดเป็นอักษร ๕,๐๐๐ ตัวแล้วตัวแล้วจึงจากไป…”

          ถ้าข้อความมีเพียงแค่นี่ก็ไม่เป็นไร ที่เป็นปัญหาก็คือในหนังสือเล่มเดียวกัน ยังมีข้อความบางตอนซึ่งขัดแย้งกับข้อความข้างต้น เช่น “มีบางคนกล่าวว่า เหลาไล่จื้อเป็นชาวรัฐฌ้อ ได้เขียนคัมภีร์ ๑๕ บทว่าด้วยคุณสมบัติในลัทธิเต๋า เขามีชีวิตร่วมสมัยกับขงจื้อ เหลาจื้อมีอายุยืน ๑๖๐ ปีเศษ บ้างก็ว่ามีอายุ ๒๐๐ ปีเศษ ทั้งนี้ก็เพราะเลาจื้อได้บำเพ็ญเต๋า ทำให้มีอายุยืนยาวอย่างนั้น เมื่อเหล่าจื้อมรณภาพแล้วได้ ๑๒๔ ปี ได้มีขุนนางผู้หนึ่งคอยบันทึกประวัติศาสตร์ของราชวงศ์จิว ชื่อว่า ต้ม…บางคนก็ว่าผู้นี้นี่แหละคือเหลาจื้อ บ้างก็ว่าไม่ใช่ ไม่มีใครรู้จริง เหลาจื้อเป็นบัณฑิตจึงไม่เปิดเผยตนเอง บุตรชายของเขาชื่อจง ต่อมาได้เป็นแม่ทัพของรัฐงุ่ย…”

          จากข้อความดังกล่าวมา ทำให้ไม่แน่ใจว่าเหลาจื้อเป็นคนไหนกันแน่ เหลาจื้อแซ่ลี้ หรือเหลาไล่จื้อ หรือตัม ศาสตราจารย์โอ้วเส็กหรือหูซื่อ เชื่อว่าเหลาจื้อ แซ่ลี้ เป็นเหลาจื้อตัวจริงเขาสันนิษฐานว่าเหลาจื้อคงจะเกิดในสมัยต้นแผ่นดินพระเจ้าจิวเล่งอ๊วงราวก่อน พ.ศ. ๒๗ ปี ส่วนคำว่า เหลา เป็นเพียงฉายา เพราะคนในยุคชินชิวนิยมเรียกฉายานำหน้าชื่อก่นอเสมอ เหลาจื้อมีฉายาอยู่ ๒ คำ คือเหลากับจื้อ ส่วนชื่อจริงน่าจะเป็นตัม หนังสือที่แต่งขึ้นในยุคเจี้ยนก๊กจึงได้เรียกว่า เหลาตัม  หรืออีกนัยหนึ่ง เหลาอาจะเป็นชื่อ โคตร ส่วน ลี้ เป็นชื่อสกุล ทรรศนะของศาสตร์จารย์โอ้วเส็กดูจะเป็นที่ยอมรับของคนเป็นจำนวนมาก ประวัติของเหลาจื้อตามที่ทราบกันทั่วไป ก็ว่าท่านเป็นบรรณารักษ์ใหญ่ในหอสมุดหลวงเมืองโบยั้ง มณฑลโฮนาน ประมาณก่อน พ.ศ.๕๗ ปี “เหลาจื้อมีปกติเก็บตัวอยู่อย่างไม่สังคมกับใคร ไม่แสวงหาทั้งนักศึกษาและสานุศิษย์ไม่แสวงหารายได้หรือเกียรติยศชื่อเสียง หมดอยู่แต่ในโลกของเขาคือหอสมุดซึ่งเต็มไปด้วยหนังสือต้นฉบับโบราณ ถึงกระนั้น ความคิดเห็นของเขาด้านศาสนาและปรัชญากลับเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง” เหลาจื้อจึงต้องอยู่เขียนหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งคือ คัมภีร์เต๋าเต็กเก็ง แปลว่า สูตรว่าด้วยคุณสมบัติเต๋า ประกอบด้วยอักษรประมาณ ๕,๐๐๐ ตัว แบ่งเป็นภาคต้น ๓๗ บท ภาคปลาย ๔๔ บท รวมเป็น ๘๑ บท เสร็จแล้วจึงจากไป แล้วจากนั้นก็ไม่มีใครทราบอีกเลย แต่บางคนก็ว่าเหลาจื้อขี่กระบือหายไปในภาคตะวันตกของจีน บ้างก็ว่าเหลาจื้อข้ามทะเละทรายในมณฑลซินเกียงแล้วสาบสูญไป บ้างก็ว่าสำเร็จเป็นเซียน แต่ในหนังสือของวงจื้อ นักปรัชญาจีนผู้เลื่อมใสปรัชญาเต๋า กลับบันทึกไว้ว่าเหลาจื้อไม่ได้หายไปไหน ก็มรณภาพอยู่ในเมืองจีนนั้นเอง”